เคยไม๊? เช้าหุ่นโอ บ่ายๆ เย็นๆ พุงยื่น เอวออก

เนื่องจากไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้เขียนบทความให้กับร้าน Tony USA Shop จึงเอามาลงที่นี่ให้ด้วย (เนื้อหาเดียวกัน เพิ่มเติม/แก้ไข  เกี่ยวกับเรื่อง การขับน้ำ ที่เป็นส่วนหนึ่งทำให้บวม)

เคยไม๊ เช้าหุ่นโอ บ่ายๆ เย็นๆ พุงยื่น เอวออก ทั้งๆ ที่กินตอนเที่ยงไปนิดเดียว การที่ไซส์เอวของเรา ขยายขนาดไปมา เป็นเรื่องปกติ แม้แต่ในวันเดียวกัน เป็นเรื่องปกติที่พบได้ประจำ ผมจะอธิบายให้ฟังว่าทำไม

การบวม เกิดจาก 2 อย่าง

คนที่มักมีปัญหาเรื่องนี้ คือกลุ่มคนที่หุ่นดี (ไม่อ้วน – หุ่นปกติ ทั่วไป) มีไขมันราวๆ 10 – 18% ในร่างกาย ซึ่งจะเป็นคนที่สังเกตหุ่นของตัวเองตลอดเวลา  สิ่งที่ทำให้เราบวมขึ้นภายในวันเดียว เกิดจากไขมัน + เซลล์อุ้มน้ำนั่นเอง

วิทยาศาสตร์ทุกวันนี้ ทำให้เรารู้ว่า การบวมน้ำ ไม่ใช่ความอ้วน เพราะสามารถขับน้ำออกจากร่างกายได้ และการทานโซเดียมในระดับที่พอเหมาะ ก็เป็นสิ่งจำเป็น ส่วนความอ้วนที่เกิดจากไขมัน คือความอ้วนจริง ก็ควรใช้วิธีต่างๆ ในการเปลี่ยนไขมันที่เป็นพลังงานสำรองนี้ ออกมาใช้

ทำไมตื่นเช้ามาท้องจึงแฟบ แบน ลีนกว่าตอนเย็น?

ร่างกายของคนเรา ในตอนกลางคืนจะใช้ ไขมัน + ไกลโคลเจน เป็นพลังงานเสียส่วนใหญ่ ซึ่งใช้ไปกับการทำงานของ สมอง หัวใจ  ระบบหายใจ ระบบการย่อย การเคลื่อนไหวช้าๆ ในตอนนอนทั้งหมด (ซึ่งไม่ได้ใช้พลังงานมาก แต่เป็นกระบวนการเผาผลาญ จะใช้ ไกลโคลเจนที่ตับและกล้ามเนื้อ กับ ไขมันแทน เพราะน้ำตาลในเลือดถูกใช้ไปจนหมด) แม้กระทั่งการผลัดเซล ผมงอก เล็บงอก กระพริบตา ล้วนเป็นการใช้พลังงานจากไขมันทั้งสิ้น (Oxidative System*)

นอกจากนั้น น้ำในเซลล์ก็ยังถูกใช้ไปกับกระบวนการต่างๆ ส่งไปเก็บที่กระเพาะปัสสาวะ รอขับถ่ายออกไป

ตื่นเช้ามา: ปิ๊งงงง…. ลีน หุ่นเป๊ะ (ไม่ต้องแปลกใจ)


แล้วทำไม ตอนบ่ายๆ เย็นๆ จึงบวมทั้งที่ไม่ได้กินเยอะ

ถ้าเป็นคนที่ไม่ได้ Diet ก็จะ ไม่จำกัดการทานน้ำตาล ตอนเช้ามักจะทาน กาแฟหวานๆ หรือ เครื่องดื่มมีน้ำตาล หรือแม้กระทั่งข้าวขาว โดยน้ำตาลเหล่านี้ เป็น simple sugar คือมีโมเลกุลเดี่ยว ชนิดที่ดูดซึมไปใช้ได้เลยทันที ไม่ต้องผ่านกระบวนการใดๆ ดังนั้น เมื่อเข้าสู่กระแสเลือด จะทำให้ร่างกายหลั่งอินซูลีน ขึ้นมา เพื่อกดระดับน้ำตาลในเลือดลง ในจังหวะนี้เอง น้ำตาลจะถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมัน กักเก็บลงในเซลล์ไขมัน เป็นพลังงานสำรองต่อไป

นอกจากนั้น ร่างกายจะกักเก็บน้ำไว้ในเซลล์ ตามปริมาณโซเดียมที่รับเข้าในร่างกาย ซึ่งร่างกายจะต้องการมากในประเทศแถบร้อนที่ทำให้เหงื่อออกมาก

ตอนบ่ายมาจึงบวม…. นั่นเอง


เราสามารถขับน้ำออกมาได้ (Diuretic)

สิ่งตรงข้ามกันกับการขับน้ำออกจากร่างกาย ก็คือ การที่ร่างกายกักเก็บน้ำ (Fluid Retention) เกิดจากการยืนนานๆ การนั่งนานๆ การทานยาบางอย่าง การรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูง การบวมน้ำบางทีก็เกิดจากโรค

การขับน้ำออกจากร่างกาย เราสามารถทำได้ แต่ไม่ควรทำมากเกินไป เพราะจะเกิดข้อเสียกับร่างกาย เช่น อ่อนเพลีย ตะคริว หน้ามืด วิงเวียน ซึมเศร้า เป็นต้น

เราไม่จำเป็นต้องทานยา เพื่อขับน้ำออกจากร่างกาย มีอาหารหลายประเภทที่ใช้ได้ดี ที่ทำให้ร่างกายกระตุ้นให้ไตทำงานมากขึ้น และ แยกกรองน้ำออกจากเลือด แล้วขับออกมาเป็นปัสสาวะ ดังนี้

ประเภทเครื่องดื่ม: กาแฟ, ชา (มีคาเฟอีน), ชอคโกแลต, น้ำมะนาว

ประเภทผลไม้: สับปะรด, บลูเบอรี่, องุ่น, เชอรี่. พีช

ประเภทผัก: แตงกวา, หน่อไม้ฝรั่ง, สาหร่ายทะเล, ผักใบเขียว, ฟักทอง

อย่าลืมว่า ประเภทเครื่องดื่มหากมีน้ำตาล ก็จะไปเพิ่มแคลอรี่ให้ร่างกาย รวมถึง ผลไม้ก็จะมีแคลอรี่มากเช่นกัน ผมแนะนำว่า ชา กาแฟ แบบไม่มีน้ำตาล และ ผัก เช่นหน่อไม้ฝรั่ง จะดีที่สุด โดยทานน้ำเยอะๆ แล้วจะมีการขับโซเดียมออกมาจากร่างกาย ทำให้ร่างกายไม่กักเก็บน้ำเยอะเกินไป

การขับน้ำนี้ ถูกนำไปใช้ในการเพาะกาย ช่วงของการไดเอทก่อนแข่งเช่นกัน เพราะนอกจากไม่มีไขมันส่วนเกินแล้ว กล้ามก็ยังต้องคมชัดไม่บวมน้ำ เพื่อชนะใจกรรมการ

 

Kiatirat A.
ACE-Certified Personal Trainer
FIT-Certified Fitness Nutrition Specialist
www.MY-O-FIT.com

 

Reference:

Chapter 8. Fat and cholesterol transport, Your Inner Engine: An Introductory Course on Human Metabolism by JANE M VANDERKOOI, Ph.D., Perelman School of Medicine, UNIVERSITY OF PENNSYLVANIA

https://www.med.upenn.edu/biocbiop/faculty/vanderkooi/chap7-9.pdf

Posted in Diary, Knowledge, Tips Tagged with: , , , , , , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply